แบ๊คแพ๊คเกอร์สาว ตอน ล่องเรือดูจระเข้ที่ดาร์วิน
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเมืองใหญ่ๆ คนไทยเยอะๆ อย่าง ซิดนีย์ (Sydney) เมลเบิร์น (Melbourne) ซึ่งเป็นเมืองทางตอนล่างของประเทศออสเตรเลีย แต่หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยได้ยิน หรือสัมผัสกับโซนเหนือของออสเตรเลียอย่างรัฐ Nortern Territory ที่มีเมืองดาร์วิน (Darwin) เป็นเมืองหลวงของรัฐด้วยบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองอื่นๆ ของดาร์วิน เมืองที่อยู่ตอนเหนือสุดของออสเตรเลีย (Top End) ที่มีอากาศแบบทรอปิคอล จึงทำให้ดาร์วินนั้นเป็นที่สนใจของเหล่าบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาหากิจกรรมหลายๆอย่างทำ เช่น ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ จึงทำให้ดาร์วินทุกวันนี้ในสายตาชาวโลกได้กลายเป็นอีกเมืองๆหนึ่งที่เป็นที่นิยมในประเทศออสเตรเลียไปแล้ว
เมืองนี้ติดทะเลสวยพอๆ กับภูเก็ตบ้านเราค่ะ แต่จะเงียบกว่า เพราะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ มีประชากรเพียงแสนเศษๆ ที่สำคัญแม้ทะเลจะสวยแค่ไหน ก็อาจจะแปลกใจที่คนเมืองนี้อาจจะหนีมาพักร้อนที่ภูเก็ต หรือกระบี่บ้านเรา หลายคนอาจจะถามว่าบ้านเขาก็มีทะเล แล้วยังไม่เบื่อทะเลอีกเหรอ คำตอบคือ มีทะเลสวยไว้ดู และดม เพราะส่วนมากคนที่นี่ไม่ได้เล่นน้ำ เพราะมีเจ้าถิ่นเป็นจระเข้น้ำเค็ม และแมงกระพรุน คนที่นี่เลยได้แต่จูงสุนัขมาวิ่งเล่นออกกำลังกายตามชายหาดบ้างก็มาปิคนิคท่ามกลางแสงทองๆ ของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ถือว่าคุณภาพชีวิตคนที่นี่ดีมากทีเดียว
ทุกเย็นวันพฤหัสบดีในดาร์วินจะมีตลาดนัดกลางแจ้งริมชายหาดชื่อว่า Mindil beach Marketค่ะ ที่เรียกอีกอย่างว่า Sunset Market โชคดีในครั้งที่ดิฉันไปเที่ยวเดินหลงจนไปเจอเข้าพอดี บรรยากาศดีมากเลยค่ะแถวนั้น และมีคนจำนวนมากพาครอบครัวมาหาอาหารเอเชียอร่อยๆ กินกัน มีทั้งไทย มาเลเซีย เวียดนาม จีน อาหารฝรั่งก็มีปะปนอยู่ด้วย หาชิมเนื้อจิงโจ้ เนื้อจระเข้ หรือแม้แต่เนื้ออูฐได้ที่ตลาดนี้ แต่ล่าสุดทราบว่ามีกฎหมายห้ามล่าจระเข้ออกมาแล้วค่ะพอกินเสร็จก็พากันไปนั่งรับลมทะเล ชมวิวยามพระอาทิตย์ตกดิน พูดคุยกันตามประสา นอกจากนี้ในเมืองดาร์วินยังมีตลาดกลางแจ้ง ที่ส่วนใหญ่เป็นตลาดที่คนเอเชียขายของอีก 2-3 แห่ง มีแม่ค้าคนไทยซะส่วนใหญ่ด้วย ที่นั่นเราจะหาผักได้อย่างบ้านเรา ซึ่งในซุปเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งไม่มีขาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของที่สั่งตรงมาจากเอเชีย หลายแห่งเช่นกัน หาเครื่องปรุงของไทยก็ไม่ยากนัก เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ กระปิ พริกแกง ก็มีขายในแพ็คเก็ตอย่างดี ซื้อหามาทำแกงกันได้สบายค่ะ แต่เสียดายที่ดิฉันนั้นมีเวลาค้างอ้างแรมเที่ยวอยู่ที่นี่ไม่นานเพียงแค่สี่ห้าวันเท่านั้นจึงไม่มีโอกาสได้ทำกับข้าวกินเองในแบ๊คแพ๊คเกอร์สักเท่าไหร่ แต่เห็นที่จะถูกปากเป็นที่สุดก็คงเป็นอาหารบุ๊ฟเฟ่ย์ที่คาสิโนดาร์วินค่ะมีอาหารทะเลเป็นหลัก กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆจากทะเลทั้งนั้น ราคาอยู่ที่ 23$Au.เอง คิดไปคิดมาคุ้มนะค่ะ และดิฉันก็แอบซื้อน้ำจิ้มซีฟู๊ดแบบไทยเราเนี่ยแหละพกเอาไปจิ้มด้วย (แหมพูดแล้วเปรี้ยวปากอยากไปกินอีกรอบจัง)
ว่าต่อเรื่องใจกลางเมืองดาร์วินกันบ้าง ศูนย์กลางเมืองดาร์วินมีลักษณะเป็นตารางที่กะทัดรัดและมีระเบียบค่ะ ตั้งอยู่ปลายคาบสมุทร ย่านช้อปปิ้งหลักจะอยู่แถวถนนคนเดิน Smith St Mall ที่ห้ามรถวิ่งผ่าน ภูมิอากาศของเมืองดาร์วิน ร้อนอบอ้าวกว่าซิดนีย์มาก
โดยประมาณแล้ว ฤดูแล้งจะอยู่ในเดือนเมษายนถึงกันยายนค่ะ ส่วนฤดูฝนจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคม โดยฝนจะตกหนักที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวที่สุดก็คือเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม และอีกอย่างเมืองดาร์วินเป็นชุมชนศิลปะอันมีสีสัน มีแหล่งดนตรีสดดีๆและพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดหลายแห่ง อย่างเช่นศูนย์นิทรรศการออสเตรเลี่ยนเพิร์ลลิ่ง (Australian Pearling Exhibition) ที่นี่จัดแสดงมรดกในท้องถิ่นของเมืองนี้ เมืองนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสำรวจวัฒนธรรมและประเพณีอะบอริจิ้นโบราณของเขตท็อปเอนด์ อย่างเช่นที่เกาะทีวี่และอาร์นเฮ็ม ยังมีทัวร์เที่ยวดินแดนอะบอริจิ้นเปิดให้บริการ บางทัวร์ก็จัดโดยชาวอะบอริจิ้นเอง
ทัวร์แบบนี้เริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้ทั่วไปเสียแล้วค่ะ เพราะว่าชุมชนชาวอะบอริจิ้นเริ่มชื่นชอบที่จะแบ่งปันวัฒนธรรมของพวกเขา ผลประโยชน์มีสองด้านด้วยกันค่ะหนึ่งก็คือ ด้านการเงิน ไม่เพียงแต่จะได้เงินจากการทำทัวร์เท่านั้น ข้อสองยังได้จากการขายศิลปะและงานฝีมือให้กับสาธารณชนโดยตรงอีกด้วย ส่วนประโยชน์อีกด้านหนึ่งทางอ้อมก็คือ คนภายนอกจะได้มีโอกาสศึกษาวัฒนธรรมโบราณของชาวอะบอริจิ้นด้วยค่ะ
นอกจากทัวส์อะบอริจิ้นที่ดิฉันได้ไปเที่ยวมาแล้วนั้นยังมีอีกหนึ่งทัวส์ที่อยากจะมานำเสนอให้กับคุณผู้อ่านนั้นก็คือ ทัวส์ล่องเรือดูจระเข้ค่ะ แหมมาเมืองชาละวันทั้งทีแล้วจะพลาดได้ยังไงละค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้สักนิดนะค่ะว่าดิฉันนั้นมีความชื่นชอบในจระเข้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วตั้งแต่สมัยเด็กๆที่เคยไปเที่ยวสวนสำพาน จังหวัดสมุทรปราการมา จนได้มาเรียนที่ออสเตรเลียนี่แหละและทราบมาว่าจระเข้ที่ดาร์วินนั้นชุกชุมมากแถมเขายังสงวนให้เป็นสัตว์คุ้มครองอีก ชนิดที่ว่ามีป้ายปักห้ามลงเล่นน้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะมากมายเต็มไปหมดเสมือนว่าประชากรไอ้เข้จะมีมากกว่าคนในดาร์วินเสียอีก จากการอ่านข่าวมา ผลสำรวจคนที่ถูกจระเข้ทำร้ายและกินมีอัตรามากขึ้นทุกปี แต่ก็ยังสงสัยนะค่ะว่าเหตุใดรัฐบาลออสเตรเลียยังช่วยสนับสนุนสัตว์ประเภทนี้อยู่ อาจจะเป็นด้วยเพราะจระเข้นี้เป็นเสมือนสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของออสเตรเลียไปแล้วเช่นเดียวกับ หมีโคล่า และ จิ้งโจ้ มาเข้าเรื่องทัวส์ของเราดีกว่าค่ะ ทัวส์ที่ดิฉันอยากจะเล่าต่อไปนั้นมีชื่อว่า “Jumping crocodile tour” เป็นแบบครึ่งวันทัวส์นะค่ะ เรือจะมีออกเป็นรอบๆค่ะ ตั้งแต่9am,11am,1pm,3pm มีแค่สี่รอบต่อวันเท่านั้น ราคารวมค่ารถรับส่งค่าล่องเรือดูจระเข้กระโดด3ชม.ทั้งหมดนี้ 79$Au.ราคากำลังดีค่ะไม่ถูกหรือแพงจนเกินไป รถจะมารับในตัวเมืองดาร์วินเลยค่ะหน้าที่พัก และวิ่งมาทางArnhem Highway รับผู้โดยสารอื่นๆมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง Adelaide river ฟังชื่อแล้วอาจจะคล้ายคลึงกับชื่อเมืองๆหนึ่งทางตอนใต้ซิดนีย์แต่ข้ออธิบายก่อยว่าคนละที่กันค่ะ ประวัติของที่นี่ก็คือเนื่องจากสมัยก่อนนั้นจำนวนประชากรจระเข้ในดาร์วินนั้นมีมากจนล้นทะลักเขาจึงนำเอาทั้งหมดมารวมไว้อยู่ที่นี้ค่ะ ตั้งแต่สมัย 1985 และเริ่มหารายได้ในการดูแลจระเข้เหล่านี้โดยการจัดทำเป็นทัวส์ขึ้น คุณผู้อ่านเห็นรูปในคอลัมภ์ของเราแล้วจะสังเกตุว่าเรือนั้นเล็กและเตี้ยมาก ถ้าพูดตามหลักความเป็นจริงแล้วจระเข้สามารถที่จะพังเรือได้อย่างสบาย เพราะมีตั้ง8,000ตัวในนี้เป็นชนิดน้ำเค็มล้วนๆ อีกอย่างยิ่งพอถึงขั้นตอนที่ไกด์ของเรานั้นให้อาหารจระเข้เป็นโครงไก่สดนั้น พวกมันจะกระโดดขึ้นมางับกินสูงเกือบถึงหลังคาเรืออีก สองเมตรเห็นจะได้(พูดแล้วจะหาว่าคุย) สิ่งหนึ่งที่ดิฉันมีความรู้สึกก็คือจระเข้พวกนี้เชื่องมาก มันดูไม่ดุร้ายเลยสักนิดเดียว ใครที่เคยดูภาพยนตร์ของออสเตรเลียเรื่อง “Black water”ขอบอกว่าเขาคัดลอกมาจากทัวส์นี้แหละค่ะ แต่ความเป็นจริงที่ดิฉันเห็นแล้วมันเชื่องมากว่ายมากระโดดกินแล้วก็ว่ายหนีไป แถมบางตัวเขายังมีอาณาเขตของเขาด้วยนะค่ะมีชื่อที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลแม่น้ำแห่งนี้ตั้งให้ด้วย พอเรือเทียบท่าปุ๊บผิวปากพร้อมเรียกชื่อหล่อนก็ว่ายน้ำมาหาเลยค่ะ ดิฉันยังแอบแปลกใจอยู่ไม่หายที่ในเรือเพื่อนรวมทัวส์มีเด็กออสซี่ปะปนมาอยู่ด้วย อายุน่าจะ7-8ขวบเห็นจะได้ พ่อแม่ช่างใจกล้าพาลูกขึ้นเรือลำเล็กๆมาเที่ยว แถมปล่อยให้นั่งริมอีกตั้งหาก ในเรือเขามีกฎด้วยนะค่ะคือห้ามยื่นอวัยวะต่างๆออกนอกเรือ,มีร่มชูชีพเวลาเรือล่มแต่ดิฉันว่าเซฟไปก็เท่านั้นแหละค่ะเพราะถ้าฝูงจระเข้คิดที่จะพร้อมใจกันพังเรือแล้ว แหลกในพริบตาแน่นอน…. คอนเฟริ์ม…. ไกด์ของเรายังบอกเรื่องที่น่าใจหายเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วยว่าน้ำเคยท่วมดาร์วินอย่างหนักค่ะจนคนเดือดร้อนต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะชนิดที่ว่าเรือแล่นบนถนนได้แทนรถและคิดดูสิค่ะจระเข้ชุกชุมขนาดนี้น่าขนลุกสะขนาดไหน เขายังนำรูปภาพสมัยนั้นมาตัดแปะโชว์ไว้ที่หน้าบริษัทนำเที่ยวด้วย คุณผู้อ่านท่านใดสนใจทัวส์ผจญภัยแบบนี้มีที่นี่ที่เดียวรอคุณอยู่ที่ดาร์วินเท่านั้นค่ะ หรือดูรายละเอียดพลางๆก่อนได้ที่ www.jumpingcrocodilecruises.co.au
Address.Adelaide River Bridge,Arnhem Highway,via Humpty Doo, Northern territory
Phone.+61(0)889888144









น่าสนใจมากๆเลย ติดตามอ่าน ทุกคอลัมล์
อยากให้มี คอลัมล์ดีๆ แบบนี้ เยอะๆ