|  Page View  1,630 views

กลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกปี 2553

BY: บี Aussie Baulkham Hills

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ บีทำงานในตำแหน่ง Mortgage Broker ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนยื่นเรื่องสินเชื่อให้แก่ลูกค้า

 โดยบีทำงานอยู่ที่ Aussie Baulkham Hills ภายใต้การบริหารงานของพี่ติ๊กผู้ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการไฟแนนซ์มานานกว่า 10 ปี และได้รับเกียรติประวัติการทำงานถึงระดับ Platinum แต่เพียงผู้เดียวใน NSW จากธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง จนทำให้สาขาของเราได้รับรางวัล “No.1 Aussie Franchise” ติดต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ (รวม 3 ปีซ้อน) เอาล่ะค่ะ จากการแนะนำตัวข้างต้นคงพอจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่สนใจข่าวสารทางการเงินและสินเชื่อคอยติดตามอ่านบทความนี้ได้นะคะ งั้นเรามาเริ่มตั้งแต่ข่าวคราวของกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกกันเลยค่ะ

รัฐบาลตัดโบนัสเงินช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านหลังแรกในปี 2553

 
จากนโยบายสนับสนุนผู้ซื้อบ้านหลังแรกเพื่ออยู่อาศัย (First Home Owner Grant: FHOG) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 มีการปรับลดเงินสนับสนุนผู้ซื้อบ้านหลังแรก โดยตัดเงินโบนัสเหลือไว้เพียง $7,000 เหรียญออสเตรเลียเท่านั้น ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรกในปีนี้น่าจะกลับมาอยู่ในระดับปกติ ไม่คึกคักเหมือนก่อน และกลุ่มนักลงทุนก็จะเข้ามาเพิ่มเติม ส่วนดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มจะสูงขึ้นทำให้การขอเงินกู้ดูเหมือนจะยากขึ้นเรื่อยๆดังนั้นเราต้องมาเตรียมความพร้อมกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ
หลักการเตรียมตัวในการขอเงินกู้

 

  •  ลดหนี้และวงเงินบัตรเครดิตให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้คุณมีโอกาสขอวงเงินกู้ได้มากขึ้น
  • จัดสรรหนี้สินส่วนตัวให้เป็นระเบียบและจ่ายชำระตามกำหนด ซึ่งสถาบันการเงินจะพิจารณาจากพฤติกรรมการผ่อนชำระหนี้ของผู้กู้ว่าควรให้กู้หรือไม่
  • เก็บออมเงินฝากในธนาคารอย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาจากประวัติเงินฝากในช่วง 3 เดือนล่าสุด เตรียมเงินมัดจำอย่างน้อย 10% ของราคาบ้าน ถ้าหากคุณมีเงินสะสมในบัญชีมากกว่านั้น ก็จะทำให้โอกาสในการขอกู้ยืมเงินนั้นผ่านได้ง่ายขึ้น และท้ายที่สุดการที่คุณกู้เงินในจำนวนที่น้อยลง ย่อมทำให้คุณจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงไปด้วย หรือถ้าคุณวางเงินมัดจำได้ถึง 20% ของราคาบ้าน คุณจะสามารถประหยัดเงินมากกว่าพันดอลล่าร์ เนื่องจากคุณไม่ต้องจ่ายค่า LMI (Lenders Mortgage Insurance) หรือค่าประกันความเสียหายของธนาคารในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถจ่ายผ่อนชำระได้นั่นเอง
  • ยื่นเรื่อง Pre-approval ทำให้คุณรู้ถึงความสามารถในการขอวงเงินกู้และราคาบ้านที่คุณสามารถซื้อได้ แล้วคุณจะมั่นใจในการต่อรองราคาบ้านหรือแม้กระทั่งการเข้าประมูลบ้านที่คุณสนใจ โดย Pre-approval จะเก็บไว้ได้นานถึง 3 เดือนค่ะ

บีแนะนำให้คุณเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ นะคะ ตั้งแต่วางแผนการยื่นเรื่องว่าจะยื่นเรื่องแบบไหนจึงจะได้เงินกู้เท่าที่คุณต้องการ, เปรียบเทียบคุณสมบัติของสถาบันการเงินจากหลากหลายแห่ง เพื่อให้คุณได้เลือกที่ที่เหมาะกับคุณที่สุดและประหยัดที่สุด โทรปรึกษาบีได้ที่ 0433 722 833 โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ

Comments are closed